UK Visa 2017: แนะนำขั้นตอนการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าท่องเที่ยว UK ยังไงให้ผ่าน ฉบับฟรีแลนซ์ (มี sponsor) แบบละเอียดยิบ!

29 Comments

สำหรับโพสต์นี้ เราขอเขียนเป็นภาษาไทยเพื่อแชร์ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษแก่เพื่อนๆคนไทยด้วยกันที่กำลังเตรียมตัวจะยื่นวีซ่าไปเที่ยวอังกฤษ โดยจะเน้นในเรื่องของการเตรียมเอกสารต่างๆ รวมถึงช่วงระหว่างรอรับวีซ่า ที่ต้องบอกว่าใจเต้นระทึกจนถึงวินาทีสุดท้าย 5555

จริงๆแล้วในพันทิปมีกระทู้รีวิวเกี่ยวกับการเตรียมตัวทำวีซ่าอังกฤษเอาไว้เยอะพอสมควร แต่ที่เราอยากจะมารีวิว/แนะนำขั้นตอนการเตรียมเอกสารทำวีซ่าอังกฤษในครั้งนี้ ก็เพราะเราคิดว่าขั้นตอนการเตรียมเอกสารนั้นค่อนข้างจะสำคัญที่สุดใน process การทำวีซ่า ถ้าเรารีเสิร์ชและรวบรวมเอกสารดีๆ โอกาสที่เราจะทำวีซ่าผ่านก็จะสูง ส่วนของเรานั้น เรารีเสิร์ชหาข้อมูล และรวบรวมเอกสารทุกอย่างเองหมด โดยไม่ได้พึ่งเอเจนซี่ใดๆ ซึ่งสุดท้ายเราก็ทำวีซ่าผ่านมาได้ด้วยดี 🙂

ก่อนอื่นเราขอเล่า background ของเราสักนิด:

– เราทำงานเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ ไม่ได้ทำงานประจำ

– เรามีสามีเป็นคนอังกฤษ เขาทำงานประจำที่ไทย มี work permit เรียบร้อย

– ด้วยความที่เราอ่านมาเยอะว่าการทำวีซ่าอังกฤษนั้นยากเหลือเกิน ต้องเตรียมเอกสารเยอะ บวกกับจะไปทีก็ต้องใช้เงินค่อนข้างมาก เรากับสามีเลยไม่ได้กลับไปเที่ยวอังกฤษมาจะ 4 ปีแล้ว (เรากับสามีรู้จักกันตอนเราเป็นนักศึกษา ป.โท ที่อังกฤษ เรียนจบเราก็กลับไทย ส่วนสามีก็ตัดสินใจที่จะมาอยู่ใช้ชีวิตกับเราที่นี่ ทำงานที่นี่) แต่ปีนี้พวกเราคิดว่าควรกลับไปเที่ยวและเยี่ยมครอบครัวของสามีที่อังกฤษเสียที บวกกับจะพาคุณแม่ของเราไปเที่ยวด้วย เพราะแม่เรายังไม่เคยได้ไปเที่ยวอังกฤษเลย

– ระยะเวลาที่จะไปเที่ยวคือ 2 สัปดาห์ (12-28 May 2017)

– สำหรับวันที่เราจะไปเยี่ยมครอบครัวของสามีที่ Exeter พวกเราจะพักที่บ้านของพ่อสามีเรา

สิ่งที่เราเครียดมากที่สุดในการทำวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษครั้งนี้ก็คือ:

– เราทำงานฟรีแลนซ์ ไม่ได้ทำงานประจำ —-> ดูไม่ค่อยมั่นคง ซึ่งในความคิดของเจ้าหน้าที่สถานทูตอาจรู้สึกว่าเราไม่มีภาระ หรือข้อผูกมัดมากพอที่จะกลับมาไทย

– สามีเราเป็นคนอังกฤษ เพราะฉะนั้นเรามีคนรู้จักอยู่ที่อังกฤษแน่ๆ ซึ่งก็คือพ่อแม่และเพื่อนๆของสามี เวลาเราบอกเพื่อนๆว่าเราจะไปเที่ยวอังกฤษ แต่กังวลเรื่องวีซ่า เพื่อนเราแต่ละคนจะพูดหมือนกันหมดว่ายังไงเราต้องได้วีซ่ามาสบายๆง่ายๆอยู่แล้ว ก็สามีเราเป็นคนอังกฤษนี่นา แต่นั่นล่ะปัญหา เพราะยิ่งเรามีแฟน/สามีเป็นคนอังกฤษ หรือมีเพื่อน/ครอบครัวที่รู้จักอยู่ที่อังกฤษ นั่นอาจจะยิ่งเพิ่มความยากในการขอวีซ่าให้ผ่าน เพราะในความคิดของเจ้าหน้าที่สถานทูต มันเหมือนจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เราหลบหนีไปอยู่อังกฤษและไม่กลับไทย (ในใบสมัครเขาถามด้วยว่าเรามีครอบครัวหรือคนที่รู้จักอยู่อังกฤษหรือไม่)

เพราะฉะนั้นเพื่อให้ application ของเราดูมั่นคง สมบูรณ์ที่สุด ทางออกก็คือให้สามีเราเป็น sponsor ออกค่าใช้จ่ายให้เรา และเราต้องรวบรวมเอกสารที่สามารถแสดงให้เห็นว่าเรามีภาระหน้าที่ที่จะต้องกลับมาไทยแน่ๆ ไม่เบี้ยวไปหลบหนีอยู่ในประเทศเขาแน่นอน

เอาล่ะ มาถึงขั้นตอนการสมัคร และรวบรวมเอกสาร

  1. กรอกใบสมัครออนไลน์

ก่อนจะไปยื่นเอกสารที่ศูนย์ VFS Global เราต้องทำการกรอกแบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์ก่อนจากเว็บนี้ https://www.visa4uk.fco.gov.uk/home/welcome

ส่วนขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มเราขอข้ามนะ เพราะในพันทิปมีกระทู้สอนแนะนำเอาไว้เยอะมากๆแล้ว เช่นกระทู้นี้ https://pantip.com/topic/34909354 เป็นต้น ส่วนตอนกรอกก็ตั้งสติให้ดีๆ ไม่ต้องรีบ ค่อยๆอ่าน ข้อไหนที่ยังไม่แน่ใจในคำตอบก็สามารถทำแล้วกด Save แล้วมาทำต่อหรือแก้ไขทีหลังได้ เมื่อแน่ใจในทุกคำตอบและตรวจเช็คทุกอย่างว่าเรียบร้อยแล้ว ถึงค่อยกด Confirm Application หลังจากกดปุ่มนี้แล้ว จะไม่สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้อีก

  1. ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

ต้องบอกก่อนว่าเอกสารของแต่ละคน แต่ละเคสก็จะไม่เหมือนกันเป๊ะเสียทีเดียว เพราะฉะนั้นลิสต์เอกสารทางด้านล่างดูเอาไว้เป็น guideline แต่หลักๆแล้วพวกเอกสารที่จำเป็นต้องมีได้แก่:

ของเรา (แบ่งออกเป็น 4 ส่วน)

เอกสารส่วนตัวของเรา:

  • Cover letter – จดหมายแนะนำตัวพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ อันนี้ควรมีทุกคน ในจดหมายก็เขียนให้ชัดเจนไปเลยว่าเราชื่ออะไร ตอนนี้ทำงานอาชีพอะไร จุดประสงค์ที่จะไปอังกฤษครั้งนี้เพราะอะไร จะไปอยู่นานแค่ไหน จะไปพักที่ไหน ออกค่าใช้จ่ายเอง หรือมีคนเป็น sponsor ให้ เรามีภาระ หน้าที่อะไรบ้างในไทยที่ยืนยันได้ว่าเราจะกลับมาแน่ๆ…อะไรที่เราคิดว่าจะสามารถชี้แจงข้อสงสัยต่างๆของเจ้าหน้าที่สถานทูตเกี่ยวกับตัวเราได้ก็เขียนไปให้หมด (มีตัวอย่างให้ดูด้านล่าง)
  • Application Form – ใบสมัครที่มีข้อมูลของเราทั้งหมดที่เรากรอกออนไลน์ไป เสร็จแล้วปริ้นท์ออกมา
  • Declaration Signed – ใบที่เราต้องเซ็นชื่อให้ตรงตามพาสปอร์ต ปริ้นท์ออกมาพร้อมกับใบสมัคร
  • Appointment Confirmation – ใบยืนยันการนัดหมายยื่นวีซ่าของเรา ต้องปริ้นท์เอาไว้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์ทางเข้าห้องยื่นวีซ่าตรวจสอบ เสร็จแล้วเขาจะกดหมายเลขคิวให้เรา
  • Copy of current passport/old passport – สำเนาพาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน (ถ่ายไปสัก 2-3 ชุด กันเหนียว) และสำเนาพาสปอร์ตเล่มเก่า (มีกี่เล่มภายในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เอาตัวจริงไปด้วยให้หมด) สำหรับพาสปอร์ตเล่มเก่าของเรา เป็นเล่มที่มีวีซ่านักเรียนของอังกฤษอยู่ด้วย เลยยิ่งควรเอาไปให้เขาดูด้วย
  • Copy of Thai ID – สำเนาบัตรประชาชน (ไม่ต้องแปล)
  • Copy of House Registration – สำเนาทะเบียนบ้าน (บางคนบอกไม่ต้องแปล แต่เราแปล)
  • Copy of marriage certificate – สำเนาทะเบียนสมรส (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
  • Copy of surname change registration – สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อสกุล (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
  • Proof of residency and relationship – อันนี้จะเป็นพวกรูปของเรากับสามีตั้งแต่รู้จักกันที่อังกฤษ แล้วก็มีทั้งรูปงานแต่งงาน และรูปตอนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน แยกออกเป็นของแต่ละปีจนถึงปัจจุบัน แล้วก็มีรูปถ่ายของพวกเราที่คอนโด โชว์ให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าพวกเราอาศัยอยู่ที่แอดเดรสที่บอกไว้จริงๆนะ

* รูปถ่ายวีซ่าไม่ต้องเอาไปด้วยแล้วนะคะ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปเราตอนทำ biometric สแกนลายนิ้วมือ

เอกสารเกี่ยวกับการเดินทาง (travel documents)

  • Travel itinerary – แผนการเดินทางแบบคร่าวๆว่าแต่ละวันเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง (พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ) เห็นของบางคนทำเป็นตารางแบบละเอียดยิบเลย 555 แต่ของเราทำเป็นลิสต์คร่าวๆ ว่าแต่ละวันจะไปเที่ยวที่ไหน ทำกิจกรรมอะไร เดินทางไปแต่ละที่ยังไง (มีตัวอย่างให้ดูด้านล่าง)
  • Hotels plan – อันนี้เป็นพวกใบที่เราปริ้นท์ออกมาจากเว็บ Agoda ของหน้าโรงแรมต่างๆที่เราสนใจจะไปพักในแต่ละเมือง ซึ่งของแต่ละที่เรายังไม่มีการจองนะ แค่บอกว่านี่คือพวก choice โรงแรมที่พวกเราสนใจจะพักเฉยๆ
  • ส่วนพวกใบจองตั๋วเครื่องบินเราไม่มี มีแค่บอกคร่าวๆในใบ travel cost spreadsheet (อันนี้อยู่ในส่วนเอกสารด้านการเงิน) ว่า budget ของราคา flight พวกเราจะอยู่ไม่เกินเท่าไหร่

เอกสารของ sponsor/เอกสารด้านการเงิน

ในส่วนนี้ควรรวบรวมเอกสารทุกอย่างดีๆ เพราะสำคัญที่สุดในการขอวีซ่า หลักๆแล้วเขาจะดูว่าเรามีเงินเพียงพอสำหรับที่จะไปเที่ยวประเทศเขาครั้งนี้หรือไม่ (ควรสัมพันธ์กับระยะเวลาที่เราไปเที่ยวด้วย) เรามีเงินเข้า-ออกทุกเดือนชัดเจนหรือเปล่า (อย่าใส่เงินก้อนเข้าบัญชีไปตู้มเดียว แบบนั้นไม่ผ่าน) ดูแล้วมีหลักประกันชัดเจนว่าเราไปแล้วจะไม่หนีวีซ่า etc.

  • Sponsor letter – จดหมายสปอนเซอร์ของสามีเรา เพื่อรับรองว่าค่าใช้จ่ายเขาจะออกให้และรับผิดชอบให้เราทั้งหมด ในจดหมายก็ต้องมีการชี้แจงว่าตอนนี้เขาทำงานที่ไหน มีตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ความสัมพันธ์กับเราเป็นยังไง อะไรที่อยากจะชี้แจงก็พิมพ์ลงไปให้หมดเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆในการอนุมัติวีซ่าให้เรา (มีตัวอย่างให้ดูด้านล่าง)
  • Copy of passport – สำเนาพาสปอร์ตของสามี
  • Copy of House Registration – สำเนาทะเบียนบ้านสามี (แปลเป็นภาษาอังกฤษ) 
  • Copy of work permit – สำเนาใบอณุญาตทำงานของสามี (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
  • Copy of employment certificate – จดหมายรับรองการทำงานของสามีฉบับจริง ออกให้โดยที่ทำงานของเขา ในนั้นก็มีการแจ้งรายละเอียดว่าสามีเราทำงานตำแหน่งอะไร มีเงินเดือนเท่าไหร่ เริ่มทำงานที่บริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่ จดหมายควรดูเป็นทางการ มีตราประทับของบริษัท
  • Copy of payslips – สำเนาใบรับเงินเดือน (ย้อนหลัง 6 เดือน)
  • Bank statement – รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน ควรใช้ตัวจริงที่ไปขอกับทางธนาคารโดยตรง มีตราประทับของธนาคารเรียบร้อย และควรขอเป็นภาษาอังกฤษ
  • Copy of bank book 1 – สำเนาสมุดแบงค์ อันนี้เราถ่ายสำเนาย้อนหลังไป 3 เดือน เพราะเรามี statement ธนาคารที่ย้อนหลัง 6 เดือนให้ดูอยู่แล้ว
  • Copy of bank book 2 – อันนี้เป็นสำเนาสมุดแบงค์ของบัญชีเงินออมอีกบัญชีนึง ซึ่งเป็นบัญชีที่เรากับสามีกันเงินไว้สำหรับไปเที่ยวอังกฤษโดยเฉพาะไม่แตะต้องเลย ส่วนสำเนาสมุดแบงค์อันแรกและ statement แบงค์นั้นเป็นของบัญชีหลักที่เอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (มีกี่บัญชีที่ต้องการใช้ประกอบเพื่อการพิจารณาก็โชว์ให้เจ้าหน้าที่ดูทั้งหมด)
  • Travel cost spreadsheet – อันนี้เป็นตารางของแต่ละวันที่ไปเที่ยวว่าแต่ละวันเราคาดว่าจะใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่ารถไฟ ค่ารถบัส ค่าโรงแรม และค่าอาหาร เป็นต้น ควรโชว์เป็นค่าเงิน GBP นะคะ ตารางนี้เราทำขึ้นมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่เขาได้ดูชัดๆไปเลยว่าทั้งทริปเราจะใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ต่อคน เพราะในใบสมัครเขาถามเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆของทริปด้วย
  1. เอกสาร support อื่นๆ

ส่วนที่เหลือจะเป็นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อมา support การทำวีซ่าของเรา

  • Invitation letter ของพ่อสามี – อันนี้เป็นจดหมายเชิญของพ่อสามีเรา ให้เรา (สามีและคุณแม่เรา) ไปพักที่บ้านของท่านช่วงที่พวกเราไปเยียมท่านที่ Exeter เราพิมพ์ส่งไปให้พ่อสามีทางอีเมลให้ท่านปริ้นท์ออกมา เซ็นชื่อ และสแกนส่งกลับมาให้เรา ในจดหมายมีการยืนยันด้วยว่าเราเป็นลูกสะใภ้ของท่านจริง เคยเจอกันแล้วจริง อะไรก็ว่าไป (มีตัวอย่างให้ดูด้านล่าง) สำหรับใครที่จะไปพักบ้านเพื่อน หรือบ้านของคนในครอบครัวที่อังกฤษ ควรแนบจดหมายเชิญของพวกเขาไปด้วย สำคัญมากๆ
  • Copy of passport ของพ่อสามีพร้อมลายเซ็น
  • Copy of utility bills ของพ่อสามี – อันนี้จะเป็นสำเนาบิลค่าน้ำ/ค่าไฟก็ได้ หรือจะเป็นสัญญาเช่าบ้าน/อพาร์ทเม้นท์ก็ได้ค่ะ เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่เราจะไปพักด้วยเขาอยู่ที่แอดเดรสที่แจ้งเอาไว้จริงๆ ส่วนของเราพ่อสามีส่งสำเนาบิลค่าน้ำมาให้
  • รูปถ่ายบ้านของพ่อสามีที่พวกเราจะไปพัก
  • รูปถ่าย family meetings ระหว่างครอบครัวเราและครอบครัวสามีสมัยที่พวกท่านมาเยี่ยมพวกเราที่ไทย แสดงให้เห็นว่าพวกเราเคยเจอและรู้จักกันจริงๆ
  • สำเนาสัญญาซื้อ-ขายคอนโดที่เราอยู่ (เป็นถาษาอังกฤษ)
  • สำเนาใบเสร็จรับเงินกู้จากธนาคาร – เราแนบพวกใบเสร็จรับเงินกู้จากธนาคารที่ส่งมาที่บ้านเราไปด้วย เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่สถานทูตเห็นว่าเรามีภาระหน้าที่ที่จะต้องกลับมาไทยจริง เพราะเราต้องผ่อนค่าคอนโดที่เราอยู่ทุกเดือน 
  • และทั้งหมดนั่นก็คือเอกสารทุกอย่างที่เราแนบไปพร้อมใบสมัครทำวีซ่าของเรา ยอมรับว่าเยอะมากกกก 5555 แต่เราว่ามีมากยังไงก็ดีกว่ามีน้อย ทำวีซ่าแต่ละครั้งไม่ควรประมาท โดยเฉพาะวีซ่าอังกฤษที่ขึ้นชื่อว่าผ่านยาก อย่าคิดว่าแค่ส่งเอกสารไปไม่กี่ใบแล้วจะผ่านง่ายๆ ยิ่งของวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษจะไม่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตมานั่งสัมภาษณ์เราเหมือนของสถานทูตอเมริกา เพราะฉะนั้นเอกสารทั้งหมดที่พวกเรายื่นไปยิ่งต้องแน่น และ straight forward มากที่สุด และที่สำคัญคือสามารถปิดช่องโหว่ หรือข้อสงสัยต่างๆของเจ้าหน้าที่สถานทูตที่มีต่อเราได้
  • ส่วนเอกสารต่างๆในส่วนของคุณแม่เราก็เกือบเหมือนของเราทุกอย่าง ยกเว้นในส่วนของเอกสาร support อื่นๆที่รายละเอียดจะไม่เหมือนกัน แต่เราก็ได้พิมพ์จดหมาย invitation letter ของพ่อสามีเราพร้อมลายเซ็นท่านในเวอร์ชั่นของคุณแม่เราแนบไปด้วย เผื่อเจ้าหน้าที่ที่ตรวจเอกสารของคุณแม่จะไม่ใช่เจ้าหน้าที่คนเดียวกันกับของเรา
  • สำหรับใครที่ต้องออกค่าใช้จ่ายเองโดยไม่มี sponsor เอกสารที่คุณต้องยื่นแน่ๆก็คือสำเนาสมุดแบงค์และสเตทเม้นท์แบงค์ย้อนหลัง 6 เดือน (อย่างหลังนี่ใช้ตัวจริงที่ไปขอกับทางธนาคารโดยตรง) บวกกับจดหมายรับรองการทำงานจากที่ทำงาน etc. หรือถ้าคุณเป็นข้าราชการบำนาญก็ควรแนบจดหมายรับรองข้าราชการบำนาญไปด้วยค่ะ

ตัวอย่างเอกสารต่างๆ

จดหมายแนะนำตัวของเรา:

Travel itinerary:

จดหมาย sponsor letter ของสามี:

จดหมาย invitation letter จากพ่อสามี:

วันไปรับวีซ่า

เรากับคุณแม่ไปยื่นวีซ่าเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2017 เจ้าหน้าที่บอกว่ารอประมาณ 15 วันทำการ เราก็หวังๆๆว่าจะได้วีซ่าก่อนช่วงสงกรานต์ เพราะช่วงนั้นได้ข่าวว่าคนยื่นวีซ่าไปอังกฤษเยอะมาก สรุปพอวันที่ 9 เมษายน เราก็ได้รับอีเมลบอกว่าทาง UK Visas and Immigration ได้พิจาณาคำของของเราแล้ว แต่ยังไม่บอกนะคะว่าวีซ่าผ่านหรือไม่ผ่าน แค่บอกว่าได้ “made a decision” แล้วเฉยๆ แหม่ ต้องลุ้นกันจนถึงวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว 5555

พอวันต่อมาทาง VFS ก็ส่งอีเมล มาบอกเราว่าวีซ่าของเราได้มาถึงศูนย์ VFS แล้วเรียบร้อย ให้มารับได้ ส่วนของคุณแม่ก็ได้รับอีเมลวันเดียวกันและมีข้อความเหมือนกัน ซึ่งคุณแม่ได้เซ็นจดหมายมอบอำนาจให้เราไปรับวีซ่าแทนท่าน

ช่วงที่รอเรียกคิวให้ไปรับวีซ่าคือตื่นเต้นมากๆ ในใจก็ภาวนาว่าขอให้เรากับคุณแม่ได้วีซ่าด้วยเถอะ ยิ่งเห็นคนคิวก่อนๆเรามานั่งเปิดพาสปอร์ตใกล้ๆเพื่อเช็คว่ามีวีซ่าแปะอยู่ข้างในมั้ย (ซึ่งหลายคนวีซ่าผ่าน 5555 แอบดูๆ) ก็ยิ่งตื่นเต้น ใจนี่เต้นตุ้มๆต่อมๆสุดๆ และในที่สุดหลังจากรอเกือบๆ 30 นาที เราก็ได้ซองเอกสารของเรากับคุณแม่คืน ได้มาปุ้ปเรารีบมานั้งเปิดซองเลยค่ะ ระหว่างที่เรากำลังแกะซองอยู่นั้น ผู้หญิงที่นั่งอยู่แถวข้างหน้าเราก็กำลังเปิดของเขาเหมือนกัน เราเห็นเขาหยิบพาสปอร์ตของเขาขึ้นมาดูพร้อมกับหยิบจดหมาย Refusal letter ขึ้นมาอ่านด้วย (เป็นจดหมายจากสถานทูตอังกฤษที่เขียนอธิบายว่าทำไมเขาถึงปฏิเสธที่จะให้วีซ่าเรา) เราก็แบบ….เอาแล้วไง สาาาาธุ ขออย่าให้เราได้ refusal letter เลยยย

เราเปิดซองของเราก่อน เปิดเข้าไปเจอพาสปอร์ตตัวจริงสองเล่มที่ยื่นไป พร้อมกับเอกสารต่างๆที่เราใช้ยื่นไปตอนแรก ซึ่งเขาคืนกลับมาให้เกือบหมดเลย โอเค…ไม่เห็นมีจดหมาย refusal letter แนบมาด้วย เราก็รีบหยิบพาสปอร์ตขึ้นมาพลิกดูทีละหน้า ทีละหน้า…และในที่สุด! แต่น แตน แต๊น! ในพาสปอร์ตเรามีสติ๊กเกอร์วีซ่าอังกฤษติดอยู่! ดีใจมากๆๆๆ คราวนี้รีบหันไปเปิดซองของคุณแม่ หยิบพาสปอร์ตคุณแม่มาเปิดๆดู คราวนี้เรายิ้มหน้าบานเลย เพราะคุณแม่ก็ได้วีซ่าอังกฤษเหมือนกัน!

สรุปเรากับคุณแม่ก็ได้วีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษสมใจ เป็น type of visa “C-Visit” / multiple entries / duration of stay 180 วัน พอเห็นว่ามีวีซ่าแปะอยู่ในพาสปอร์ต ความเครียด ความกังวลที่มีอยู่เป็นระยะเวลานานก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย

สุดท้ายแล้ว สำหรับใครที่กำลังจะไปยื่นวีซ่าก็ขอให้ผ่านกันได้ด้วยดีทุกๆคนนะ สู้ๆ! ใครมีข้อสงสัยอะไรอยากจะถามเกี่ยวกับการเตรียมเอกสาร ถามมาได้เลยนะคะ 🙂






29 Comments
  • ปราณี

    Reply

    สวัสดีคะ

    คือ เอกสารที่เราจะใข้ยื่น ใช้เอกสารเก่าได้ไหมคะ
    หรือต้องอัพเดตล่าสุด

    • Thip Sriyananda Selley

      เอกสารทุกชิ้นควรเป็นแบบที่อัพเดทล่าสุดค่ะ หรือไม่ก็ไม่ควรเกิน 3-6 เดือนค่ะ

  • สุธี

    Reply

    ไม่ต้องมีจดหมายรับรองจากที่ทำงานก็ได้หรือคะ
    เห็นมีคนบอกว่าไม่ได้เลยต้องมีจดหมายจากที่ทำงาน ถึงจะมีคนสปอนเซอร์ให้ก็ตาม

    • Thip Sriyananda Selley

      ถ้าคุณเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองและกำลังทำงานอยู่ ก็ต้องมีจดหมายรับรองจากที่ทำงานของคุณค่ะ ในจดหมายก็ต้องรับรองว่าคุณทำงานตำแหน่งอะไร บริษัทชื่ออะไร ทำงานที่นี่มาแล้วกี่ปี (เริ่มทำงานวันที่เท่าไหร่
      เดือนอะไร ปีอะไร) และเงินเดือนเท่าไหร่

      หรือถ้าคุณมีสปอนเซอร์ แล้วตัวคุณเองไม่ได้ทำงานประจำแบบเรา ก็ต้องมีจดหมายรับรองจากที่ทำงานของสปอนเซอร์คุณค่ะ

  • จิรา

    Reply

    เราทำงานเกษตรกรที่บ้านแฟนสปอนเซอร์ให้มีสิทธิ์ผ่านมั้ยค่ะ .เขียนจดหมายแนะนำตัวไม่เก่งภาษาไม่ค่อยได้นะค่ะ

    • Thip Sriyananda Selley

      จะให้แฟนสปอนเซอร์ให้ก็ได้ค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องมีหลักฐานโชว์ให้เจ้าหน้าที่เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าแฟนคุณมีงานที่มั่นคง มีเงินหมุนเวียนในบัญชีตลอดเวลา สามารถออกค่าใช้จ่ายให้คุณได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ

  • Pusanisa

    Reply

    สวัสดีค่ะ รบกวนถามตรงการกรอกจองออนไลน์หน่อยนะคะ
    เราเป็นฟรีแลนซ์เหมือนกัน ตอนที่ต้องเลือก Employment status เราควรเลือกช่องไหนคะ ระหว่าง Employed กับ Unemployed (เรามีจดหมายรับรองจากบริษัทที่จ้างงานเราในไทย ว่าส่งเราไปทำงานที่นู่น)

    • Thip Sriyananda Selley

      เลือกช่อง Employed แต่อาจจะต้องมีอธิบายนิดนึงว่าเป็นฟรีแลนซ์แต่มีจดหมายรับรองจากบริษัทค่ะ

  • Jurairat Dixon

    Reply

    ขอบคุณ คุณ Thip (ไม่แน่ใจว่าชื่อคุณเจ้าของโพสต์ชื่ออะไร) มากๆ เลยนะค่ะ เพราะหลังจากที่มาอ่านโพสต์นี้เพื่อเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าอังกฤษ ตอนนี้ฝ้ายทำวีซ่าผ่านแล้วค่ะ ได้ตัว visit family มา จะเดินทางไปอังกฤษช่วงคริสมาส นี้ค่ะ ตอนแรกก็ลุ้นๆๆอยู่ว่าจะผ่านมั้ย สรุปคือผ่านค่ะ เตรียมเอกสารทุกอย่างตามโพสต์นี่เลย

    ขอบคุณมากๆๆนะค่ะ

    • Thip Sriyananda Selley

      ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ขอให้เที่ยวอังกฤษให้สนุกค่ะ!

  • puifai

    Reply

    พวก ใบเสร็จรับเงินการผ่อนชำระ ภาระต่างๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษไหมคะ

    ขอบคุณนะคะ

    • Thip Sriyananda Selley

      ถ้าเป็นไปได้ก็ควรค่ะ สัญญาการซื้อขาย/เช่า ถ้ามีเป็นภาษาอังกฤษด้วยก็จะดีมากค่ะ

  • MArchz

    Reply

    เอกสารต่างๆของ คนสปอนเซอร์นี่จำเป็นต้องมีทั้งหมดมั้ยคับ พอดีว่า ช่วงนี้สิ้นปีนี้จะไปเยี่ยมหัวหน้างาน คน เก่า ที่อังกฤษและเยอรมัน ตอนนี้ทยอยกรอกฟอร์มวีซ่าเกือบหมดแล้วคับ แต่ไม่มั่นใจอะไรเลยเกี่ยวกับเอกสารประกอบการ ยื่น
    ตอนนี้เป็นคุณครูที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในเชี้ยงใหม่ เงินเก็บมีไม่ค่อยมาก และ หัวเก่าจะช่วยซัพพอร์ตเรื่องที่พักกับอาการเครื่องดื่มให้ โดยที่ทั้งคู่เป็นครูทั้ง 2 คน เลยอยากทราบว่าเอกสารที่จำเป็นของเคสบบนี้จะมีอะไรจำเป็นมากกกกกกกก คับ

    • Thip Sriyananda Selley

      เอกสารต่างๆของสปอนเซอร์สำคัญมากค่ะ ที่คุณบอกว่าหัวหน้าเก่าจะซัพพอร์ตเรื่องที่พักให้นี่หมายถึงเขาจะออกค่าที่พักให้ หรือจะให้คุณไปพักบ้านเขาคะ? ถ้าเขาจะออกค่าที่พักให้ ในจดหมายแนะนำตัวของสปอนเซอร์/หัวหน้าเก่าของคุณ ก็ต้องเขียนรายละเอียดอธิบายว่าเขาทำงานอาชีพอะไร มีความสัมพันธ์อะไรกับคุณ รู้จักกันได้ยังไง รู้จักกันมากี่ปี บลา บลา รวมถึงเหตุผลว่าทำไมเขาจะมาช่วยออกค่าที่พักให้คุณ เพราะเจ้าหน้าที่วีซ่าเขาอาจสงสัยว่า ในเมื่อคุณมีงานทำที่มั่นคง มีเงินเดือน มีเงินเก็บ แล้วทำไมหัวหน้าเก่ายังจะต้องมาช่วยออกค่าที่พักให้คุณนึกออกมั้ยคะ

      หรือถ้าคุณหมายความว่าหัวหน้าเก่าจะให้คุณไปพักที่บ้านเขา เพื่อตัดค่าใช้จ่าย คุณก็ควรมีจดหมายแนะนำตัวของหัวหน้าเก่าคุณอยู่ดี พร้อมกับแนบสำเนาพาสปอร์ตของหัวหน้าเก่า และบิลค่าน้ำ/ค่าไฟ ที่มีชื่อและที่อยู่ของหัวหน้าเก่าคุณบนนั้นมาด้วย เพื่อเป็นหลักฐานว่าหัวหน้าเก่าคุณอยู่ที่แอดเดรสนี้จริงๆ

  • toemjit panthathaw

    Reply

    เป็นข้อมูลที่ดีมากค่ะ คือฉันกำลังจะยื่ขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ แฟนเป็นคนอังกฤษ เขาทำงานที่นั้นและมีบ้านที่ลอนดอลค่ะ เอกสารของแฟนที่เราต้องนำไปยื่นมีอะไรบ้างค่ะ

    • Thip Sriyananda Selley

      แฟนของคุณจะเป็นสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้คุณสำหรับทริปนี้หรือเปล่าคะ ถ้าใช่ก็ต้องแนบเอกสารของแฟนคุณเหมือนกับที่เราลิสต์มาข้างบนค่ะ:
      1. สำเนาพาสปอร์ตของแฟนคุณ
      2. สำเนา bank book ย้อนหลัง 6 เดือน
      3. Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน
      4. จดหมายสปอนเซอร์ของแฟน อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขา และเหตุผลว่าทำไมเขาจะมาเป็นสปอนเซอร์ให้คุณ

      นอกจากนี้คุณยังต้องแสดงหลักฐานต่างๆว่าคุณกับแฟนคุณคบกันจริง เช่นรูปถ่ายของคุณกับแฟนคุณตั้งแต่เริ่มคบกันใหม่ๆจนถึงปัจจุบัน รูปถ่ายตอนเขามาหาคุณที่ไทย รูปตอนไปเที่ยวด้วยกัน etc. รวมถึงต้องโชว์ให้เจ้าหน้าทีเขาดูด้วยว่าคุณสองคนติดต่อกันช่องทางไหนบ้าง เช่นอีเมล, facebook, line เราอ่านของเคสคนอื่นๆ หลายคนต้องปริ้นท์อีเมลการติดต่อหรือ chat ย้อนหลังตั้งแต่เริ่มคบกันใหม่ๆจนถึงปัจจุบันไปให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย เพราะเจ้าหน้าที่เขาต้องการความแน่ใจจริงๆว่าคุณสองคนคบกันจริง แล้วยิ่งคุณบอกว่าแฟนคุณเป็นคนอังกฤษมีบ้านที่นั่น ก็หมายความว่าคุณตั้งใจจะไปพักที่บ้านเขา คุณก็ยิ่งต้องรวบรวมเอสารทุกอย่างเกี่ยวกับแฟนคุณ และหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองให้แน่นมากๆ เพราะไม่อย่างนั้นคุณมีสิทธิสูงมากที่จะโดนปฏิเสธวีซ่า เพราะเจ้าหน้าที่เขากลัวคุณจะไปหนีไปอยู่ที่ประเทศเขาค่ะ

  • phetcharaporn

    Reply

    สวัสดีค่ะ ถ้าเราทำงานช่วยที่บ้านทำธุรกิจครอบครัว ซึ่งไม่ได้มีเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงาน เราจำเป็นต้องมีจดหมายรับรองจากที่ทำงานมั้ยคะ หรือให้แม่ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจเขียนจดหมาย เป็นคนsponser ให้เรา คะ รบกวนช่วยหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

  • phetcharaporn

    Reply

    สวัสดีค่ะ ถ้าเราทำธุรกิจกับที่บ้าน เราสามารถที่จะให้แม่ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเซ็นรับรองในจดหมายรับรองการทำงานได้มั้ย

    • Thip Sriyananda Selley

      ถ้าคุณแม่จะเป็นสปอนเซอร์ให้คุณ คุณแม่ของคุณก็ต้องเขียนจดหมายสปอนเซอร์ อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจทางบ้าน เช่นลักษณะทำธุรกิจอะไร ทำธุรกิจนี้มาแล้วกี่ปี และเหตุผลว่าทำไมคุณแม่จะมาเป็นสปอนเซอร์ให้คุณ พร้อมแนบสำเนาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจ สำเนา bank book คุณแม่ย้อนหลัง 6 เดือน, bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน และสำเนาพาสปอร์ตของคุณแม่

      เรื่องที่จะให้คุณแม่เซ็นในจดหมายรับรองการทำงานของคุณ ก็ทำได้ค่ะ แต่ในจดหมายแนะนำตัวของคุณ คุณต้องเขียนอธิบายให้ชัดเจนว่าคุณทำงานช่วยที่บ้านทำธุรกิจครอบครัว โดยมีคุณแม่ หรือคุณพ่อเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณจะแนบสำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนของคุณเองไปด้วยก็ได้ เอาไปประกอบการพิจารณาของเจ้าหน้าที่วีซ่า

  • ผกากาญจน์

    Reply

    สวัสดีค่ะรบกวนถามค่ะ ถ้าเราต้องการจะเดินทางไปอังกฤษเดือนมีนาคม ที่จริงตั้งใจว่าจะยื่นและจ่ายเงินพร้อมจองคิวในเดือนมกราคม แต่สามีให้ยื่นเดือนตุลาคมเลย ก็แอบบงงค่ะว่าแล้วถ้ายื่นช่วงนี้แล้วเราควรจะจองคิวไปสัมภาษณ์เดือนไหนดีเผื่อเวลาไว้ด้วยน่ะค่ะเพราะจะเดินทางจริงๆคงต้องรอมีนาคมน่ะค่ะ คือกดapplyในเว็บไปแล้ววันที่8/10/60 น่ะค่ะ คำถามคือเราจะขอจองคิวล่วงหน้าช่วงไหนถึงจะเหมาะน่ะค่ะ ขอเลื่อนคิวได้หรือไม่น่ะค่ะเนื่องจากก็กดจองคิวไปสัมภาษณ์แล้ววันที่16/11/60 น่ะค่ะ
    รบกวนด้วยนะคะ
    ขอบคุณค่ะ

    • Thip Sriyananda Selley

      เรื่องจองคิวล่วงหน้านี่เราไม่ทราบจริงๆค่ะ แล้วเขามีให้จองคิวสัมภาษณ์ด้วยเหรอคะ เพราะปกติทำวีซ่าอังกฤษเขาไม่มีเจ้าหน้าที่มานั่งสัมภาษณ์เรานะ ไม่เหมือนตอนทำวีซ่าอเมริกัน อันนั้นจะมีเจ้าหน้าที่สถานทูตนั่งสัมภาษณ์เรา นอกจากว่าจะ apply เป็นวีซ่านักเรียน อันนั้นอาจจะมีเจ้าหน้าที่มาสัมภาษณ์

      ปกติเวลาจะทำวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ เขาให้เราจองคิวยื่นทำวีซ่าก่อนวันเดินทางได้เร็วสุดคือ 3 เดือน เช่นถ้าคุณจะเดินทางวันที่ 15 มีนาคม 2018 คุณสามารถไปทำวีซ่าได้เร็วสุดคือวันที่ 16 ธันวาคม 2017

  • Kanyanat Duangarjna

    Reply

    รบกวนสอบถามคะ พอดีเรามีวีซ่าSchengen 1ปี กลับไทย23 ตค และจะกลับมาอีกรอบ 5 ธ.ค-10มค 18 จะทำวีช่าไปเที่ยวอังกฤษเดือนมีนาคม 18 อยากทราบว่าเราต้องทำไงเกี่ยวกะจดหมาย sponser ตัวเราเองหรือให้แฟนทำ เพราะแฟนเราเป็นคนเยอรมันจะพาหลานสาวไปเที่ยวเราไปด้วย ตัวเราเองมีทำธุรกิจส่วนตัวที่กรุงเทพ แต่เราเคยยื่นวีช่าเมกาเองและผ่านได้10ปี

    • Thip Sriyananda Selley

      ก็ถ้าคุณสามารถออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเองได้ด้วยเงินจากการทำงานของคุณเอง คุณก็ไม่ต้องมี sponsor ค่ะ แต่ถ้าคุณมีเงินไม่พอสำหรับทริปนี้ และต้องการให้แฟนของคุณเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ เขาก็สามารถเป็น sponsor ให้คุณค่ะ

  • Jantima

    Reply

    ขอสอบถามหน่อยค่ะ พอดี หนูกำลังจะยื่นวีซ่า ไปอังกฤษเป็นครั้งที่ 2 แต่ติดปัญหาว่า แฟนเป็นซับพร์อท และ แฟนมีบริษัทที่ไทยนะค่ะ ครั้งแรกที่ยื่นวีซ่า เค้ามี work permit โชว์ สถานฑูต แต่ตอนนี้ work permit ของเค้าขาด แล้วค่ะ ต้อง รอทนายของเค้า เคลียร์เรื่องภาษี อยู่นะค่ะตอนนี้ เลยทำการต่อ work permit ยังไม่ได้ ค่ะ แล้ว ถ้ายื่นครั้งที่ 2 ไม่มี work permit ของแฟน จะมีปัญหามั้ยค่ะ

    • Thip Sriyananda Selley

      ต้องมี work permit ค่ะ ไม่มีไม่ได้เลย ยิ่งแฟนของคุณทำงานที่ไทยและจะเป็น sponsor ให้ ถ้าไม่มี work permit ไปแสดงให้เจ้าหน้าที่เขาดู ก็เหมือนกับว่าแฟนคุณทำงานที่ไทยแบบผิดกฎหมายนะคะ ต่างชาติจะทำงานที่ไทยได้ต้องมี work permit ค่ะ

  • แหวน

    Reply

    ขออนุญาตสอบถามหน่อยนะคะ

    1. Book bank กับ Bank statement ต่างกันอย่างไรคะ
    2.ดิชั้นกับพาร์ทเนอร์คนอังกฤษ คือเราอยู่ด้วยกันที่เมืองไทยมา 6-7 ปีแล้วค่ะ มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน เพียงแต่เราไม่ได้จดทะเบียนกัน ในใบเกิดลูกสาวเค้าก็คือคุณพ่อนะคะ เค้าจะเป็น spinsor ให้ค่ะ ดิชั้นเองก็ทำงานประจำ มีหนังสือรับรองการทำงาน ตั้งใจไปเยี่ยมญาติเค้าที่uk ครั้งแรก 7 วันพักบ้านครองครัวเค้า ลักษณะนี้ เราควรจะต้องมีเงินโชว์มั้ยคะ และควรเท่าไหร่คะถึงแม้ว่าจะให้แฟนเป็นsponsor ขอบคุนล่วงหน้าค่ะ

    • Thip Sriyananda Selley

      1. Book bank คือสมุดบัญชีค่ะ ส่วน Bank statement คือรายการเดินบัญชีที่เราต้องไปขอกับทางธนาคารค่ะ เช่นเราบอกกับเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าเราขอ Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน เจ้าหน้าที่ก็จะทำรายการเดินบัญชีให้เราย้อนหลังไป 6 เดือน (มีเงินเข้า-ออกเท่าไหร่ในบัญชี ใน bank statement นี้จะโชว์หมดเลยค่ะ) ถ้าจะเอาแบบมีตราประทับอย่างเป็นทางการของธนาคารต้องรอประมาณ 2-3 วันทำการค่ะ ค่าธรรมเนียมประมาณ 200 บาท

      2. ข้อนี้ฟังแล้วดูยากเหมือนกันนะคะ เพราะคุณต้องมีหลักฐานให้เจ้าหน้าที่วีซ่าอังกฤษเขาดูว่าคุณกับพาร์ทเนอร์คนอังกฤษของคุณคบกันจริงๆ ถ้าคุณมีทะเบียนสมรสจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก เพราะมันจะเป็นหลักฐานที่ค่อนข้างหนักแน่นว่าคุณสองคนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันจริงๆ แต่คุณบอกว่าคุณอยู่ไทยด้วยกันมา 6-7 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียน ทางออกที่ดีที่สุดคือคุณต้องแนบสำเนาและใบเกิดของจริงของลูกสาวคุณที่มีชื่อพาร์ทเนอร์ของคุณว่าเป็นพ่อให้เจ้าหน้าที่วีซ่าเขาดู พร้อมกับมีจดหมายแนะนำตัวของคุณเอง และจดหมาย sponsor ของพาร์ทเนอร์คุณที่เขียนอธิบาย “อย่างละเอียด” ถึงประวัติความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพาร์ทเนอร์ เช่น รู้จักกันที่ไหน เริ่มคบกันเมื่อไหร่ มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน แต่ไม่ได้จดทะเบียน ทำไมถึงไม่จดทะเบียน (อันนี้เจ้าหน้าที่เขาต้องอยากรู้แน่ๆค่ะว่าทำไมไม่จดทะเบียน) คุณทำงานมีอาชีพอะไร พาร์ทเนอร์คุณทำงานอะไร จะเป็น sponsor ให้คุณ แล้วเขามีเงินเดือนเท่าไหร่ etc etc. ส่วนเรื่องที่ว่าพาร์ทเนอร์คุณจะออกค่าใช้จ่ายให้เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะไปอยู่ที่อังกฤษกี่วัน คิดว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างภายในระยะเวลานั้นๆ ที่สำคัญคือจำนวนเงินต้องสมเหตุสมผลนะคะ ต้องมีให้พอใช้จริงๆภายในระยะเวลาที่เราจะไปอยู่ที่นั่น

  • Sirapun

    Reply

    สวัสดีคะ
    เก๋รบกวนปรึกษานะคะ
    1. ถ้าเก๋เป็นคนsupport ค่าใช้จ่ายให้น้องที่เดินทางไปด้วยกัน ในใบapplication ของน้องให้เขียนว่าเก๋support แล้วต้องแนบเอกสารอะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ (ตั้งใจจะไปยื่นแบบเป็นกรุ๊ป น้องสาวมีงานทำแต่กลัวจะไม่ผ่านเพิ่งจบค่ะ)
    2. ค่าที่พัก พักด้วยกันตอนกรอกใบapplication ให้หาร2มั้ยคะ (ทำจดหมายแจ้งค่าใช้จ่ายแนบไปด้วยค่ะ)
    3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงพวกค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆด้วยรึป่าวคะ

    ขอบคุณมากๆค่ะ

    • Thip Sriyananda Selley

      1. ถ้าคุณจะเป็น sponsor ให้น้องของคุณ คุณต้องมี 1. จดหมายสปอนเซอร์-เพื่อรับรองว่าค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่หรือทั้งหมดของน้องคุณ คุณจะเป็นคนรับผิดชอบให้ ในจดหมายก็ต้องมีการชี้แจงว่าตอนนี้คุณทำงานที่ไหน มีตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ความสัมพันธ์กับน้องคุณนี่เป็นพี่น้องกันจริงใช่มั้ย อะไรที่อยากจะชี้แจง (เช่นที่คุณบอกว่าน้องของคุณเพิ่งเรียนจบและได้งาน เงินเดือนหรือเงินเก็บอาจจะยังไม่พอ คุณเลยจะเป็นคน support ค่าใช้จ่าย) ก็พิมพ์ลงไปให้หมดเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆในการอนุมัติวีซ่าให้เรา 2. สำเนาพาสปอร์ตของคุณ 3. จดหมายรับรองการทำงานฉบับจริงของคุณ-ออกให้โดยที่ทำงาน ในนั้นควรมีการแจ้งรายละเอียดว่าคุณทำงานตำแหน่งอะไร มีเงินเดือนเท่าไหร่ เริ่มทำงานที่บริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่ จดหมายควรดูเป็นทางการ มีตราประทับของบริษัท 4. สำเนาใบรับเงินเดือนของคุณ (ย้อนหลัง 6 เดือน) 5. Bank statement-รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน ควรใช้ตัวจริงที่ไปขอกับทางธนาคารโดยตรง มีตราประทับของธนาคารเรียบร้อย และควรขอเป็นภาษาอังกฤษ 6. สำเนาสมุดแบงค์ อันนี้ของเรา เราถ่ายสำเนาย้อนหลังไป 3 เดือน เพราะเรามี statement ธนาคารที่ย้อนหลัง 6 เดือนให้ดูอยู่แล้ว

      2. ค่าที่พัก อันนี้คุณจะหารสองหรือจะออกให้น้องคุณทั้งหมด ก็แล้วแต่การตัดสินใจของคุณค่ะ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบอย่างชัดเจนในจดหมาย ว่าคุณจะออกค่าที่พักให้น้องคุณทั้งหมด หรือหารสอง ทางที่ดีถ้าคุณตัดสินใจว่าคุณจะเป็น sponsor ออกค่าใช้จ่ายให้น้องคุณทั้งหมดหรือบางส่วน ยังไงก็ควรมีเอกสารการทำงาน และเอกสารการเงินของน้องคุณแนบไปใน application ก็ดีนะคะ เจ้าหน้าที่เขาจะได้เห็นทุกอย่างอย่างละเอียด ว่าทำไมคุณถึงต้องมา support น้อง etc.

      3. พวกค่าใช้ต่ายส่วนตัว และพวกค่าเดินทาง ค่าเข้าชม เราแนะนำว่าคุณควรทำ “Travel cost spreadsheet”- หรือตารางของแต่ละวันที่ไปเที่ยวว่าแต่ละวันเราคาดว่าจะใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่ารถไฟ ค่ารถบัส ค่าโรงแรม และค่าอาหาร เป็นต้น ควรโชว์เป็นค่าเงิน GBP นะคะ ตารางนี้เราทำขึ้นมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่เขาได้ดูชัดๆไปเลยว่าทั้งทริปเราจะใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ต่อคน เพราะในใบสมัครเขาถามเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆของทริปด้วย

Leave a Comment